[Fiction]Digimon - Moon of Curse
posted on 07 Aug 2009 09:10 by darkgodmaru in Fiction
เป็นวันที่แสนเงียบสงบอีกวันหนึ่งในดิจิตัลเวิลด์
ดิจิม่อนทุกตัวอาศัยอยู่อย่างมีความสุขเสมอมาแต่เนื่องด้วยจำนวนประชากรที่
เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้เกิดกลายเปลี่ยนแปลงทางสายพันธุ์ที่ควรจะเป็นของ
ดิจิม่อนแต่ละสายพันธุ์ทำให้เกิดดิจิม่อนชนิดใหม่ๆขึ้นมาเป็นจำนวนมากด้วย
เหตุนี้ พระเจ้าแห่งดิจิตัลเวิร์ด Yggdrasil(อิกดราซิล)
ทรงเกิดความหวาดกลัว
กลัวว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะไม่สามารถควบคุมดิจิม่อนสายพันธุ์ใหม่ๆได้
กลัวว่าดิจิม่อนจะโค่นล้มอำนาจ กลัวว่าตัวเองจะต้องหายไปจากดิจิตัลเวิลด์
ด้วยเหตุนี้
อิกดราซิลจึงได้เรียกเหล่านักรบที่เป็นผู้มีความชำนาญในการรบและมีความจงรัก
ภักดีต่อตนเองมาเข้าเฝ้าตน นักรบเหล่านี้อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
เป็นกลุ่มที่ดิจิม่อนทุกตัวรู้จักในนาม Royal Knight(รอยัลไนท์)
อิกดราซิลรู้สึกได้ว่ามีใครกำลังติดต่อตัวเองเข้ามาทันใดนั้นก็ปรากฏหน้าจอ
ขึ้นที่ต่อหน้าตัวเอง
Omegamon : ท่าน อิกดราซิลเรียกพวกเรามาไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
Yggdrasil : โอเมกาม่อนมาถึงแล้วเหรอ แล้ว รอยัลไนท์คนอื่นๆละ?
Omegamon : ขณะนี้มีเพียง ดุ๊กม่อน และ แม็กนาม่อนครับส่วนคนอื่นๆยังคงติดภารกิจที่ท่านได้หมอบหมายให้อยู่
Yggdrasil : งั้นเหรอ แค่3คนก็เพียงพอแล้วสำหรับแผนการของข้าในครั้งนี้
Omegamon : ไม่ทราบว่าแผนการอะไรครับท่าน?
Yggdrasil : เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ขณะนี้ดิจิตัลเวิลด์ของพวกเราได้มีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมากและ ถ้าหากยังเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆดิจิตัลเวิลด์แห่งนี้อาจจะไม่สามารถรอง รับได้อีกต่อไปเพราะฉนั้นข้าได้ทำการปล่อย X-Virus ไปเรียบร้อยแล้ว
Omegamon : X-Virus? มันคืออะไรกัน?
Yggdrasil : เมื่อดิจิม่อนได้รับ X-Virusเข้าไปในร่างมันจะทำลายเซลล์ทั้งหลายในร่างกายและจะมีแต่ดิจิม่อนที่ แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด
Omegamon : หมายความว่า...
Yggdrasil : ใช่แล้ว ดิจิม่อนที่อ่อนแอกว่าจะต้องถูกกำจัด ดิจิม่อนที่อ่อนแอนะไม่สมควรอยู่บนโลกใบนี้หรอก
Omegamon : เข้าใจแล้วครับ
Yggdrasil : แต่ที่เรียกพวกเจ้ามานะไม่ใช่อะไรหรอก ตอนนี้มีดิจิม่อนบางประเภทที่สามารถทนต่อ X-Virus ซึ่งในตัวของเจ้าพวกนั้นนะมี X-antibody อยู่
Omegamon : ดิจิม่อนพวกนั้นก็สมควรที่จะอยู่รอดต่อไปไม่ใช่เหรอครับ ก็ในเมื่อสามารถทนต่อX-Virusได้ตามที่ท่านได้กล่าวไว้
Yggdrasil : ใช่จริงอยู่แต่พวกนั้นมันละเมิดกฏที่ข้าตั้งไว้ พวกมันได้แบ่ง X-antibody ที่อยู่ในร่างของพวกมันให้กับพวกดิจิม่อนที่ทนรับX-Virusไม่ได้และข้าต้อง การให้พวกเจ้ารอยัลไนท์กำจัดเจ้าพวกนี้ทิ้งไปซะ
Omegamon : แต่ว่าพวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกนั้นได้มอบ X-Antibody ให้ดิจิม่อนตัวอื่นจริงรึเปล่า
Yggdrasil : ไม่ต้องสนใจใครที่มันมี X-Antibody ก็ให้กำจัดให้หมด
Omegamon : แต่...
Yggdrasil : พวกที่มี X-Antibody นะ ไม่ได้ผ่านการทดสอบจาก X-Virus หรอกแบบนี้มันสบายเกินไปไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในดิจิตัลเวิลด์
Omegamon : เข้าใจแล้วครับ
Yggdrasil : ดีมาก ไว้ข้าจะรอดูผลงานของพวกเจ้า
แล้ว หน้าจอสื่อสารระหว่างอิกดราซิลกับโอเมกาม่อนหายไป โอเมกาม่อนได้เดินออกมาจากตัวห้องในปราสาทของเหล่า รอยัลไนท์ข้างภายในปราสาทหลังนี้ได้ถูกตกแต่งให้เหมือนกับปราสาทในยุคสมัย โบราณของอังกฤษตัวปราสาททำมาจากหินดิจิสโตนซึ่งมีความแข็งแกร่งทนทานเป็น อย่างยิ่ง เมื่อเดินเข้ามาที่ห้องโถง โอเมกาม่อนก็ได้พบกับสหายของตนซึ่งก็คือ ดุ๊กม่อนและ แม็กนาม่อน ทั้งดุ๊กม่อนและแม็กนาม่อนไม่รีรอรีบถามโอเมกาม่อนถึงเรื่องที่อิกดราซิลได้ เรียกพวกตนมา
Magnamon : ตกลงว่าท่านอิกดราซิลเรียกพวกเรามาเพื่ออะไรกัน โอเมกาม่อน
Dukemon : เกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นกับดิจิตัลเวิลด์รึเปล่า?
Omegamon : ใจเย็นๆสิไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหนักหนาหรอก
แล้วโอเมกาม่อนก็ค่อยๆเล่าเรื่องทั้งหมดให้ดุ๊กม่อนกับแม็กนาม่อนฟัง
Omegamon : ก็ตามที่พูดไป ท่านอิกดราซิลสั่งให้พวกเราจัดการกับพวกกบฏที่หมอบX-Antibodyให้ดิจิม่อนตัวอื่น
Magnamon : แล้วพวกเราจะทราบได้ยังไงละว่าใครทำผิดกฏรึเปล่า
Omegamon : ท่านบอกมาว่าไม่ต้องสนใจให้กำจัดดิจิม่อนทุกตัวที่มี X-Antibody ให้หมด
Dukemon : แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?
Omegamon : นายจะขัดคำสั่งท่านอิกดราซิลหรือยังไง?
Dukemon : ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย
Magnamon : เอาน่าใจเย็นๆกันก่อนแล้วพวกเราจะแบ่งเขตพื้นที่การรับผิดชอบยังไงดีละ
Omegamon : ชั้นจะไปทางเหนือ ส่วน แม็กนาม่อนไปทางตะวันออก ดุ๊กม่อนไปทางใต้ หลังจากที่ตรวจเช็คพื้นที่และทำลายพวกที่มี X-antibody เสร็จแล้วพวกเราจะกลับมารวมตัวกันที่นี้แล้วไปทางตะวันตกด้วยกัน
Magnamon : เข้าใจแล้วงั้นไว้เจอกัน
Omegamon : อ่าขอให้โชคดี
แล้วแม็กน่าม่อนก็รีบวิ่งออกไปจากปราสาท
Omegamon : งั้นฉันไปก่อนนะดุ๊กม่อน ระวังตัวด้วยละเพื่อนรัก
Dukemon : อ่า...
หลังจากที่โอเมกาม่อนได้ออกไปจากปราสาทดุ๊กม่อนก็ได้พูดกับตัวเองก่อนออกไปจากปราสาทว่า
Dukemon : ไม่ใช่ว่าทั้งเราและพวกนั้นก็เป็นดิจิม่อนเหมือนกันรึยังไง?
ณ ที่ราบแห่งหนึ่งในดิจิตัลเวิลด์
ขณะ นี้ฝนได้ตกลงมาแต่ถ่ามกลางสายฝนนั้นกลับมีเสียงดิจิม่อนต่างๆร้องโห่ยห่วน อย่างทุกข์ทรมาณเพราะผลของ X-Virus ดิจิม่อนที่กำลังทรมาณและอยู่ในสภาพที่ใกล้ตาย กลับพยายามไล่ล่าดิจิม่อนที่มี X-Antibody อย่างเอาเป็นเอาตายเพียงเพราะต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแต่มันก็เปรียบ เสมือนวัฏจักรที่ไม่มีที่สิ้นสุดเมื่อสามารถล่าผู้ทีมีX-antibodyมาได้ แล้วกลับต้องถูกดิจิม่อนตัวอื่นไล่ล่าเพื่อต้องการแย่งชิง X-antibody แต่ในระหว่างนั้นเองดิจิม่อนที่มี X-antibody ซึ่งเป็นเพียงแค่ระดับ Rookie ได้วิ่งหนีออกมาจากสถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนสนามรบร่างกายของดิจิม่อนนั้น เสมือนกับการนำ จิ้งจอกมาผสมกับมังกรขนสีม่วงขาวย้อมร่างกายให้ดูสวยงามแต่ถามกลางความมืด มิดของสายฝนดิจิม่อนตัวนี้ได้วิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตายโดยที่มีเลโอม่อนตาม หลังมาในระหว่างที่วิ่งไปนั้นดิจิม่อนทั้ง2ได้รู้สึกถึงความเหนื่อยความกลัว จนกระทั่งวิ่งมาถึงเชิงผาซึ่งไม่มีที่ให้หนีอีกต่อไปดิจิม่อนตัวนั้นต้องการ ที่จะให้ตนเองมีชีวิตรอดต่อไปจึงได้โจมตีใส่เลโอม่อน
"Metal Cannon"
ลูกปืนเหล็กได้ถูกพ่นออกมาจากปากของดิจิม่อนตัวนั้นแต่ดูเหมือนมันจะไม่สามารถทำอะไรเลโอม่อนได้เลยสักนิดเดียว
Leomon : เด็กน้อยเจ้ามีชื่อว่าอะไรหรือ?
เลโอม่อนถามอย่างสุภาพ
??? : Do.. Dorumon(โดรูม่อน)
โดรูม่อนตอบด้วยเสียงที่สั่นระริกๆเนื่องจากความกลัว
Leomon : เป็นชื่อที่ไพเราะดีนะ เจ้าน่ะอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปใช่ไหมละ? จงมีชีวิตอยู่ต่อไปเถอะผู้ที่มี X-Antibody ข้าจะมอบพลังให้เอง
เลโอ ม่อนได้มอบพลังทั้งหมดที่ตัวเองเหลือให้แกโดรูม่อนหลังจากนั้นไม่นานตัวเอง ก็ได้ล้มลงไปพร้อมกับร่างที่ค่อยๆแหลกสลายเมื่อโดรูม่อนได้เห็นก็ได้แต่ตกใจ ตะโกนร้องออกมา
Dorumon : อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ฮือ อ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!
แล้ว โดรูม่อนก็ได้เดินร่อนเร่ไปอย่างสิ้นหวังเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้พบกับ โบราณสถานแห่งหนึ่งโดรูม่อนได้รู้สึกเหน็กเหนื่อยกับการเดินทางเป็นอย่างมาก โดรูม่อนได้รีบวิ่งเข้าไปในโบราณสถานทันทีเมื่อเข้ามาความรู้สึกเหนื่อยล้า ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตัวโดรูม่อนเองได้ทิ้งตัวล้มลงนอนอยู่ภายในโบราณสถานแห่ง นั้นเพียงลำพังจนถึงเช้า
เมื่อถึงรุ่งเช้าโดรูม่อนรู้สึกเหมือนมีใคร กำลังอยู่บนหลังของตัวเองเมื่อตื่นขึ้นมาสิ่งที่โดรูม่อนได้เห็นคือโทโคม่อน ดิจิม่อน คลาส Baby
Tokomon : อ้ะตื่นแล้วเหรอ!~ ชั้นโทโคม่อน แล้วเธอละชื่ออะราย~
Dorumon : ดะ โดรูม่อน
Tokomon : โดรูม่อน มาเล่นกานเถอะ~!
ทันใดนั้นก็มีเสียงแทรกขึ้นมา
??? : ไม่ได้หรอกพวกเราต้องไปประชุมกับคนอื่นๆแล้ว
เมื่อทั้งสองหันไปมอง โทโคม่อนก็สงเสียงเรียก
Tokomon : Wargreymon-X (วอร์เกรย์ม่อนX) !!!
โดรูม่อนเมื่อเห็น วอร์เกรย์ม่อนX ก็ได้ตั้งท่าพร้อมที่จะสู้แต่โทโคม่อนเข้ามาห้ามไว้
Tokomon : ไม่ต้องกลัวไปหรอกโดรูม่อน วอร์เกรย์ม่อนนะเป็นคนดีน้า~
Dorumon : งะ งั้นเหรอ...
Wargreymon-X : ชื่อโดรูม่อนงั้นเหรอ เป็นดิจิม่อนที่มีX-Antibody เหมือนกันสินะพวกเรากำลังจะไปประชุมกับดิจิม่อนที่มีX-Antibodyตัวอื่นนะไป ด้วยกันไหม?
วอร์เกรย์ม่อนพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและน้ำเสียงที่อ่อนโยน
Dorumon: คะ ครับ ถ้าไม่เป็นการรบกวนก็ขอฝากตัวด้วยครับ
Wargreymon-X : งั้นก็ไปกันเลย
แล้ววอร์เกรย์ม่อนก็คว้าโดรูม่อนและโทโคม่อนพร้อมกับมุ่งหน้าไปยังที่นัดหมายด้วยความเร็วสูง
ณ หุบเขาแห่งหนึ่งทางฝากเหนือ
MetalGarurumon-X : ให้ตายสิวอร์เกรย์ม่อนนี่ช้าจริงๆ
Garudramon-X : ก็ปกติของเจ้านั่นไม่ใช่เหรอ
Metal Garurumon-X : อ่าเรื่องนั้นมันของตายแต่หมอนั่นไม่คิดจะปรับปรุงนิสัยตรงนี้หน่อยเหรอ
Andromon-X : เดี๋ยวก็คงมาถึงแล้วละ
ระหว่างที่ดิจิม่อนทั้ง3กำลังพูดคุยกันอยู่วอร์เกรย์ม่อนก็ได้ปรากฏตัวออกมา
Wargreymon-X : ขอโทษทีที่มาสายพอดีเพิ่งกลับมาจากทางตะวันออกนะ
MetalGarurumon-X : ให้ตายสิที่หลังหัดมาเร็วๆหน่อยว่าแต่ได้ข่าวอะไรมาบ้างละ
เมทัลการูรูม่อนพูดด้วยความหงุดหงิดที่วอเกรย์ม่อนมาสาย
Wargreymon-X : ก็หลายเรื่องละนะแต่ขอแนะนำเพื่อนใหม่ของพวกเราก่อนออกมาสิ โดรูม่อน
โดรูม่อนค่อยๆเดินออกมาจากทางด้านหลังของวอร์เกรย์ม่อน
Dorumon : สะ สวัสดีฮะ...
MetalGarurumon-X : อ่ายินดีที่ได้รู้จักนะเอาละๆเข้าเรื่องๆ
Wargreymon-X : ประจำเลยนะนายเนี้ยไม่ค่อยสนใจคนอื่นเลย
MetalGarurumon-X : ว่าไงนะ!
Garudramon : เอาน่าๆอย่าเพิ่งทะเลาะกัน โดรูม่อน ยินดีที่ได้รู้จักนะ
Dorumon : ครับ
Andromon : อ้ะจริงสิชั้นลืมบอกไปว่าชั้นได้แจ้ง โอเมกาม่อนไปแล้วนะเรื่องที่พวกเราอยู่ที่นี้นะ
ทันใดนั้นใบหน้าของวอร์เกรย์ม่อนก็ซีดเซียวลงไป
Wargreymon-X : นายบอกโอเมกาม่อนไปแล้ว?
Andromon : ใช่ ทำไมเหรอก็โอเมกาม่อนบอกว่าถ้าเกิดรู้เบาะแสของผู้ที่มีX-Antibody ให้แจ้งมานี่?
Wargreymon-X : ไม่ได้การต้องรีบหนีกันแล้ว
ทันใดนั้นก็มีเสียงๆหนึ่งปรากฏขึ้น
??? : ไม่มีใครหนีไปไหนทั้งนั้น Garuru Cannon!!
ทันใดนั้นลำแสงขนาดยักษ์ก็ได้เล่นผ่านกระทบตัวของ Andromon-X
Andromon-X : ทะ ทำไมกัน อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก
ร่าง ของ Andromon-X ได้สูญสลายไปในพริบตาเหลือเพียงแต่เลือดที่หยดลงพื้นไปแล้วเท่านั้น ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมองหน้าขึ้นไปบนฟ้าก็ได้ เห็นเพียงแต่ร่างกายของ โอเมกาม่อน
จบ Charpter 1
Omegamon : ท่าน อิกดราซิลเรียกพวกเรามาไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
Yggdrasil : โอเมกาม่อนมาถึงแล้วเหรอ แล้ว รอยัลไนท์คนอื่นๆละ?
Omegamon : ขณะนี้มีเพียง ดุ๊กม่อน และ แม็กนาม่อนครับส่วนคนอื่นๆยังคงติดภารกิจที่ท่านได้หมอบหมายให้อยู่
Yggdrasil : งั้นเหรอ แค่3คนก็เพียงพอแล้วสำหรับแผนการของข้าในครั้งนี้
Omegamon : ไม่ทราบว่าแผนการอะไรครับท่าน?
Yggdrasil : เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ขณะนี้ดิจิตัลเวิลด์ของพวกเราได้มีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนมากและ ถ้าหากยังเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆดิจิตัลเวิลด์แห่งนี้อาจจะไม่สามารถรอง รับได้อีกต่อไปเพราะฉนั้นข้าได้ทำการปล่อย X-Virus ไปเรียบร้อยแล้ว
Omegamon : X-Virus? มันคืออะไรกัน?
Yggdrasil : เมื่อดิจิม่อนได้รับ X-Virusเข้าไปในร่างมันจะทำลายเซลล์ทั้งหลายในร่างกายและจะมีแต่ดิจิม่อนที่ แข็งแกร่งเท่านั้นที่อยู่รอด
Omegamon : หมายความว่า...
Yggdrasil : ใช่แล้ว ดิจิม่อนที่อ่อนแอกว่าจะต้องถูกกำจัด ดิจิม่อนที่อ่อนแอนะไม่สมควรอยู่บนโลกใบนี้หรอก
Omegamon : เข้าใจแล้วครับ
Yggdrasil : แต่ที่เรียกพวกเจ้ามานะไม่ใช่อะไรหรอก ตอนนี้มีดิจิม่อนบางประเภทที่สามารถทนต่อ X-Virus ซึ่งในตัวของเจ้าพวกนั้นนะมี X-antibody อยู่
Omegamon : ดิจิม่อนพวกนั้นก็สมควรที่จะอยู่รอดต่อไปไม่ใช่เหรอครับ ก็ในเมื่อสามารถทนต่อX-Virusได้ตามที่ท่านได้กล่าวไว้
Yggdrasil : ใช่จริงอยู่แต่พวกนั้นมันละเมิดกฏที่ข้าตั้งไว้ พวกมันได้แบ่ง X-antibody ที่อยู่ในร่างของพวกมันให้กับพวกดิจิม่อนที่ทนรับX-Virusไม่ได้และข้าต้อง การให้พวกเจ้ารอยัลไนท์กำจัดเจ้าพวกนี้ทิ้งไปซะ
Omegamon : แต่ว่าพวกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกนั้นได้มอบ X-Antibody ให้ดิจิม่อนตัวอื่นจริงรึเปล่า
Yggdrasil : ไม่ต้องสนใจใครที่มันมี X-Antibody ก็ให้กำจัดให้หมด
Omegamon : แต่...
Yggdrasil : พวกที่มี X-Antibody นะ ไม่ได้ผ่านการทดสอบจาก X-Virus หรอกแบบนี้มันสบายเกินไปไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในดิจิตัลเวิลด์
Omegamon : เข้าใจแล้วครับ
Yggdrasil : ดีมาก ไว้ข้าจะรอดูผลงานของพวกเจ้า
แล้ว หน้าจอสื่อสารระหว่างอิกดราซิลกับโอเมกาม่อนหายไป โอเมกาม่อนได้เดินออกมาจากตัวห้องในปราสาทของเหล่า รอยัลไนท์ข้างภายในปราสาทหลังนี้ได้ถูกตกแต่งให้เหมือนกับปราสาทในยุคสมัย โบราณของอังกฤษตัวปราสาททำมาจากหินดิจิสโตนซึ่งมีความแข็งแกร่งทนทานเป็น อย่างยิ่ง เมื่อเดินเข้ามาที่ห้องโถง โอเมกาม่อนก็ได้พบกับสหายของตนซึ่งก็คือ ดุ๊กม่อนและ แม็กนาม่อน ทั้งดุ๊กม่อนและแม็กนาม่อนไม่รีรอรีบถามโอเมกาม่อนถึงเรื่องที่อิกดราซิลได้ เรียกพวกตนมา
Magnamon : ตกลงว่าท่านอิกดราซิลเรียกพวกเรามาเพื่ออะไรกัน โอเมกาม่อน
Dukemon : เกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นกับดิจิตัลเวิลด์รึเปล่า?
Omegamon : ใจเย็นๆสิไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหนักหนาหรอก
แล้วโอเมกาม่อนก็ค่อยๆเล่าเรื่องทั้งหมดให้ดุ๊กม่อนกับแม็กนาม่อนฟัง
Omegamon : ก็ตามที่พูดไป ท่านอิกดราซิลสั่งให้พวกเราจัดการกับพวกกบฏที่หมอบX-Antibodyให้ดิจิม่อนตัวอื่น
Magnamon : แล้วพวกเราจะทราบได้ยังไงละว่าใครทำผิดกฏรึเปล่า
Omegamon : ท่านบอกมาว่าไม่ต้องสนใจให้กำจัดดิจิม่อนทุกตัวที่มี X-Antibody ให้หมด
Dukemon : แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?
Omegamon : นายจะขัดคำสั่งท่านอิกดราซิลหรือยังไง?
Dukemon : ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย
Magnamon : เอาน่าใจเย็นๆกันก่อนแล้วพวกเราจะแบ่งเขตพื้นที่การรับผิดชอบยังไงดีละ
Omegamon : ชั้นจะไปทางเหนือ ส่วน แม็กนาม่อนไปทางตะวันออก ดุ๊กม่อนไปทางใต้ หลังจากที่ตรวจเช็คพื้นที่และทำลายพวกที่มี X-antibody เสร็จแล้วพวกเราจะกลับมารวมตัวกันที่นี้แล้วไปทางตะวันตกด้วยกัน
Magnamon : เข้าใจแล้วงั้นไว้เจอกัน
Omegamon : อ่าขอให้โชคดี
แล้วแม็กน่าม่อนก็รีบวิ่งออกไปจากปราสาท
Omegamon : งั้นฉันไปก่อนนะดุ๊กม่อน ระวังตัวด้วยละเพื่อนรัก
Dukemon : อ่า...
หลังจากที่โอเมกาม่อนได้ออกไปจากปราสาทดุ๊กม่อนก็ได้พูดกับตัวเองก่อนออกไปจากปราสาทว่า
Dukemon : ไม่ใช่ว่าทั้งเราและพวกนั้นก็เป็นดิจิม่อนเหมือนกันรึยังไง?
ณ ที่ราบแห่งหนึ่งในดิจิตัลเวิลด์
ขณะ นี้ฝนได้ตกลงมาแต่ถ่ามกลางสายฝนนั้นกลับมีเสียงดิจิม่อนต่างๆร้องโห่ยห่วน อย่างทุกข์ทรมาณเพราะผลของ X-Virus ดิจิม่อนที่กำลังทรมาณและอยู่ในสภาพที่ใกล้ตาย กลับพยายามไล่ล่าดิจิม่อนที่มี X-Antibody อย่างเอาเป็นเอาตายเพียงเพราะต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปแต่มันก็เปรียบ เสมือนวัฏจักรที่ไม่มีที่สิ้นสุดเมื่อสามารถล่าผู้ทีมีX-antibodyมาได้ แล้วกลับต้องถูกดิจิม่อนตัวอื่นไล่ล่าเพื่อต้องการแย่งชิง X-antibody แต่ในระหว่างนั้นเองดิจิม่อนที่มี X-antibody ซึ่งเป็นเพียงแค่ระดับ Rookie ได้วิ่งหนีออกมาจากสถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนสนามรบร่างกายของดิจิม่อนนั้น เสมือนกับการนำ จิ้งจอกมาผสมกับมังกรขนสีม่วงขาวย้อมร่างกายให้ดูสวยงามแต่ถามกลางความมืด มิดของสายฝนดิจิม่อนตัวนี้ได้วิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตายโดยที่มีเลโอม่อนตาม หลังมาในระหว่างที่วิ่งไปนั้นดิจิม่อนทั้ง2ได้รู้สึกถึงความเหนื่อยความกลัว จนกระทั่งวิ่งมาถึงเชิงผาซึ่งไม่มีที่ให้หนีอีกต่อไปดิจิม่อนตัวนั้นต้องการ ที่จะให้ตนเองมีชีวิตรอดต่อไปจึงได้โจมตีใส่เลโอม่อน
"Metal Cannon"
ลูกปืนเหล็กได้ถูกพ่นออกมาจากปากของดิจิม่อนตัวนั้นแต่ดูเหมือนมันจะไม่สามารถทำอะไรเลโอม่อนได้เลยสักนิดเดียว
Leomon : เด็กน้อยเจ้ามีชื่อว่าอะไรหรือ?
เลโอม่อนถามอย่างสุภาพ
??? : Do.. Dorumon(โดรูม่อน)
โดรูม่อนตอบด้วยเสียงที่สั่นระริกๆเนื่องจากความกลัว
Leomon : เป็นชื่อที่ไพเราะดีนะ เจ้าน่ะอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปใช่ไหมละ? จงมีชีวิตอยู่ต่อไปเถอะผู้ที่มี X-Antibody ข้าจะมอบพลังให้เอง
เลโอ ม่อนได้มอบพลังทั้งหมดที่ตัวเองเหลือให้แกโดรูม่อนหลังจากนั้นไม่นานตัวเอง ก็ได้ล้มลงไปพร้อมกับร่างที่ค่อยๆแหลกสลายเมื่อโดรูม่อนได้เห็นก็ได้แต่ตกใจ ตะโกนร้องออกมา
Dorumon : อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ฮือ อ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!
แล้ว โดรูม่อนก็ได้เดินร่อนเร่ไปอย่างสิ้นหวังเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้พบกับ โบราณสถานแห่งหนึ่งโดรูม่อนได้รู้สึกเหน็กเหนื่อยกับการเดินทางเป็นอย่างมาก โดรูม่อนได้รีบวิ่งเข้าไปในโบราณสถานทันทีเมื่อเข้ามาความรู้สึกเหนื่อยล้า ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตัวโดรูม่อนเองได้ทิ้งตัวล้มลงนอนอยู่ภายในโบราณสถานแห่ง นั้นเพียงลำพังจนถึงเช้า
เมื่อถึงรุ่งเช้าโดรูม่อนรู้สึกเหมือนมีใคร กำลังอยู่บนหลังของตัวเองเมื่อตื่นขึ้นมาสิ่งที่โดรูม่อนได้เห็นคือโทโคม่อน ดิจิม่อน คลาส Baby
Tokomon : อ้ะตื่นแล้วเหรอ!~ ชั้นโทโคม่อน แล้วเธอละชื่ออะราย~
Dorumon : ดะ โดรูม่อน
Tokomon : โดรูม่อน มาเล่นกานเถอะ~!
ทันใดนั้นก็มีเสียงแทรกขึ้นมา
??? : ไม่ได้หรอกพวกเราต้องไปประชุมกับคนอื่นๆแล้ว
เมื่อทั้งสองหันไปมอง โทโคม่อนก็สงเสียงเรียก
Tokomon : Wargreymon-X (วอร์เกรย์ม่อนX) !!!
โดรูม่อนเมื่อเห็น วอร์เกรย์ม่อนX ก็ได้ตั้งท่าพร้อมที่จะสู้แต่โทโคม่อนเข้ามาห้ามไว้
Tokomon : ไม่ต้องกลัวไปหรอกโดรูม่อน วอร์เกรย์ม่อนนะเป็นคนดีน้า~
Dorumon : งะ งั้นเหรอ...
Wargreymon-X : ชื่อโดรูม่อนงั้นเหรอ เป็นดิจิม่อนที่มีX-Antibody เหมือนกันสินะพวกเรากำลังจะไปประชุมกับดิจิม่อนที่มีX-Antibodyตัวอื่นนะไป ด้วยกันไหม?
วอร์เกรย์ม่อนพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและน้ำเสียงที่อ่อนโยน
Dorumon: คะ ครับ ถ้าไม่เป็นการรบกวนก็ขอฝากตัวด้วยครับ
Wargreymon-X : งั้นก็ไปกันเลย
แล้ววอร์เกรย์ม่อนก็คว้าโดรูม่อนและโทโคม่อนพร้อมกับมุ่งหน้าไปยังที่นัดหมายด้วยความเร็วสูง
ณ หุบเขาแห่งหนึ่งทางฝากเหนือ
MetalGarurumon-X : ให้ตายสิวอร์เกรย์ม่อนนี่ช้าจริงๆ
Garudramon-X : ก็ปกติของเจ้านั่นไม่ใช่เหรอ
Metal Garurumon-X : อ่าเรื่องนั้นมันของตายแต่หมอนั่นไม่คิดจะปรับปรุงนิสัยตรงนี้หน่อยเหรอ
Andromon-X : เดี๋ยวก็คงมาถึงแล้วละ
ระหว่างที่ดิจิม่อนทั้ง3กำลังพูดคุยกันอยู่วอร์เกรย์ม่อนก็ได้ปรากฏตัวออกมา
Wargreymon-X : ขอโทษทีที่มาสายพอดีเพิ่งกลับมาจากทางตะวันออกนะ
MetalGarurumon-X : ให้ตายสิที่หลังหัดมาเร็วๆหน่อยว่าแต่ได้ข่าวอะไรมาบ้างละ
เมทัลการูรูม่อนพูดด้วยความหงุดหงิดที่วอเกรย์ม่อนมาสาย
Wargreymon-X : ก็หลายเรื่องละนะแต่ขอแนะนำเพื่อนใหม่ของพวกเราก่อนออกมาสิ โดรูม่อน
โดรูม่อนค่อยๆเดินออกมาจากทางด้านหลังของวอร์เกรย์ม่อน
Dorumon : สะ สวัสดีฮะ...
MetalGarurumon-X : อ่ายินดีที่ได้รู้จักนะเอาละๆเข้าเรื่องๆ
Wargreymon-X : ประจำเลยนะนายเนี้ยไม่ค่อยสนใจคนอื่นเลย
MetalGarurumon-X : ว่าไงนะ!
Garudramon : เอาน่าๆอย่าเพิ่งทะเลาะกัน โดรูม่อน ยินดีที่ได้รู้จักนะ
Dorumon : ครับ
Andromon : อ้ะจริงสิชั้นลืมบอกไปว่าชั้นได้แจ้ง โอเมกาม่อนไปแล้วนะเรื่องที่พวกเราอยู่ที่นี้นะ
ทันใดนั้นใบหน้าของวอร์เกรย์ม่อนก็ซีดเซียวลงไป
Wargreymon-X : นายบอกโอเมกาม่อนไปแล้ว?
Andromon : ใช่ ทำไมเหรอก็โอเมกาม่อนบอกว่าถ้าเกิดรู้เบาะแสของผู้ที่มีX-Antibody ให้แจ้งมานี่?
Wargreymon-X : ไม่ได้การต้องรีบหนีกันแล้ว
ทันใดนั้นก็มีเสียงๆหนึ่งปรากฏขึ้น
??? : ไม่มีใครหนีไปไหนทั้งนั้น Garuru Cannon!!
ทันใดนั้นลำแสงขนาดยักษ์ก็ได้เล่นผ่านกระทบตัวของ Andromon-X
Andromon-X : ทะ ทำไมกัน อ้ากกกกกกกกกกกกกกกก
ร่าง ของ Andromon-X ได้สูญสลายไปในพริบตาเหลือเพียงแต่เลือดที่หยดลงพื้นไปแล้วเท่านั้น ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมองหน้าขึ้นไปบนฟ้าก็ได้ เห็นเพียงแต่ร่างกายของ โอเมกาม่อน
จบ Charpter 1
Tags: digimon, fiction, เพ้อฝัน0 Comments